การตรวจสอบอาการเสียของคอมพิวเตอร์และหลักการแก้ไขเบื้องต้น
การตรวจสอบอาการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (End user) นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้วนั้น อาการผิดปรกติของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น อาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ เพียงแค่เรารู้จักอาการเสียว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ชิ้นใด อาการเสียมากน้อยเพียงใด และมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไร ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่เสียเปรียบร้านซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์
หลักการตรวจซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้นนั้น มีหลักการตามลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ กล่าวคือ เมื่อต้องตรวจหาสาเหตุของการเสีย ก็ต้องรู้วิธีการทำงานของเครื่องก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มตรวจสอบกระบวนการการทำงานของเครื่องว่าไปติดขัดที่ขั้นตอนใดดังนี้
ไฟเลี้ยง
เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดานั่นเอง ดังนั้นปัญหาจากไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก อาการเสียที่มักจะพบจากปัญหาของไฟฟ้าคือไฟไม่เข้าเครื่องเลยซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่าง ๆ ได้แก่
ไม่มีไฟเข้า เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้เลย เพราะไม่มีไฟเลี้ยง สาเหตุนั้นอาจมาจากกระแสไฟฟ้าเอง คือไฟดับซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หากไฟฟ้ายังมาปรกติดีให้ตรวจดูสายไฟซึ่งอาจขาดก็ได้ หากขาดก็ควรเปลี่ยนไปเลย ไม่ควรนำมาเชื่อมต่อใหม่เอง
หากไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหามาจากเครื่องสำรองไฟ (UPS) เสียก็ให้ทดลองเสียสายไฟเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเครื่องสำรองไฟ หากใช้งานได้ก็แสดงว่าเป็นปัญหามาจากเครื่องสำรองไฟ
จากนั้นแล้วลองตรวจดูแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) อาจเสียก็ได้ให้ลองดมดูกลิ่นไหม้ว่ามาจากตัวแหล่งจ่ายไฟเองรึเปล่า หากมีกลิ่นไหม้แสดงว่ามีอุปกรณ์เสียหายภายในตัวแหล่ง จ่ายไฟ ซึ่งไม่ควรซ่อมแซมเองเพราะอาจเป็นอันตรายได้ ให้ส่งซ่อมจะดีกว่า
หากทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นปรกติดี ก็ให้ตรวจดูว่าสายไฟเลี้ยงที่เข้าสู่เมนบอร์ดว่าเสียบรึยัง แน่หรือเปล่า จากนั้นก็ตรวจดูว่าสวิทช์(Switch)สำหรับเปิดปิดเครื่องได้ถูกต่อเข้าเมนบอร์ดถูกต้องแล้วหรือยัง
หากยังใช้ไม่ได้ ก็น่าจะเป็นอุปกรณ์รอบข้างที่เสียบอยู่กับเครื่อง ให้ลองถอดอุปกรณ์ออกทีละชิ้น แล้วดูว่าชิ้นไหนที่ถอดออกแล้วเครื่องทำงานได้ แสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นมีปัญหาคืออาจทำให้เมนบอร์ดลัดวงจรทำให้เครื่องเปิดไม่ติด
หากว่าทุกอย่างถูกต้องแล้วก็สันนิษฐานได้ว่าเมนบอร์ดเสียนั่นเอง
อุปกรณ์ต่อพ่วง
อาการเสียที่เกิดจากอุปกรณ์ต่อพวงได้แก่
จอภาพ หลายครั้งที่เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วดูเหมือนทุกอย่างจะทำงานเป็นปรกติยกเว้นที่ไม่มีภาพออกจากจอภาพ บางครั้งก็เป็นเพราะไม่ได้เสียบสาบไฟเข้าจอภาพ หรือสายไฟหลวม หากไฟเข้าจอภาพแน่นอนแล้วแต่ยังไม่มีภาพปรากฏ ให้ทดลองปรับแสงสว่างของจอภาพได้แก่ Brightness และ Contrast โดยการปรับค่าทั้ง 2 อย่างไปมา
การ์ดแสดงผล หากว่าจอภาพเป็นปรกติดี แต่ไม่มีภาพแสดงออกที่จอภาพ ให้ลองตรวจดูว่าสายสัญญาณจากจอภาพเสียบเข้ากับการ์ดแสดงผลหรือยัง แน่นหรือไม่ หากไม่แน่น บางทีอาจเกิดอาการที่มีภาพแต่สีเพี้ยน ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการที่ขาสัญญาณจากจอภาพที่มี 15 ขา (15 pin) หักหรืองอไปบางขา หากงอ เราสามารถดัดเองได้โดยการใช้คีมปากจิ้งจกหรือคีมที่มีปลายเล็กช่วยดัด หากทุกอย่างเป็นปรกติดแล้วอาจเป็นปัญหามาจากการ์ดแสดงผลเองก็ได้ ให้ลองหาดูรอยไหม้หรือรอยขีดข่วนบนตัวการ์ด
คีย์บอร์ด หรือเม้าส์ เมื่อมีภาพปรากฏแล้วแต่ไม่สามารถพิมพ์หรือใช้เม้าส์ได้ ลองตรวจดูว่าได้เสียบเข้ากับเมนบอร์ดหรือยัง แน่นหรือไม่ หรือลองตรวจดูขาของทั้งคีย์บอร์ด และเม้าส์ว่ามีขาใดหักหรืองอหรือไม่
การ์ดเสียงและลำโพง หากเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้เป็นปรกติดี แต่ไม่มีเสียงออก ก็ลองตรวจดูว่าการ์ดเสียงเสียบลงเมนบอร์ดแน่นหรือไม่ หากแน่นแล้วลองตรวจดูว่าสายลำโพงได้เสียบเข้ากับการ์ดเสียงหรือไม่ เสียบถูกช่องหรือไม่ โดยปรกติแล้วช่องสำหรับเสียบลำโพงบนการ์ดเสียงจะเขียนไว้ว่า “Speaker” หรือ อาจเป็นสัญลักษณ์รูปลำโพง หากเสียบถูกต้องแล้วลองดูว่าสายสัญญาณของลำโพงขาดหรือไม่ หรือหัวต่อหลวมหรือไม่
ดิสก์ ปัญหาที่น่าจะได้รับการเอาใจใส่มากที่สุดคือปัญหาที่เกี่ยวกับดิสก์ ทั้งฮาร์ดดิสก์ และฟล็อปปี้ดิสก์ เพราะดิสก์เป็นที่เก็บข้อมูลนั่นเอง หากได้ยินเสียงของดิสก์เวลาที่เปิดเครื่องแล้วแสดงว่าดิสก์อาจมีปัญหา หรือเมื่อทำการตรวจหาจุดเสียบนดิสก์ (Scan disk) แล้วพบจุดเสีย ให้รีบทำการสำเนาข้อมูลต่าง ๆ ไปที่อื่นก่อน อาจเขียนลงแผ่นซีดีหรือไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่าย อย่าทำการสำเนาไว้ในเครื่องเดียวกันแม้ว่าจะเป็นพาร์ทิชั่น (Partition) อื่น เพราะดิสก์ที่เสียที่อยู่ในเครื่องเดียวกันย่อมมีความเสี่ยงที่จะเสียหายเหมือนกัน
การตรวจสอบอาการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (End user) นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้วนั้น อาการผิดปรกติของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น อาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ เพียงแค่เรารู้จักอาการเสียว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ชิ้นใด อาการเสียมากน้อยเพียงใด และมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไร ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่เสียเปรียบร้านซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์
หลักการตรวจซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้นนั้น มีหลักการตามลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ กล่าวคือ เมื่อต้องตรวจหาสาเหตุของการเสีย ก็ต้องรู้วิธีการทำงานของเครื่องก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มตรวจสอบกระบวนการการทำงานของเครื่องว่าไปติดขัดที่ขั้นตอนใดดังนี้
ไฟเลี้ยง
เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดานั่นเอง ดังนั้นปัญหาจากไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก อาการเสียที่มักจะพบจากปัญหาของไฟฟ้าคือไฟไม่เข้าเครื่องเลยซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่าง ๆ ได้แก่
ไม่มีไฟเข้า เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้เลย เพราะไม่มีไฟเลี้ยง สาเหตุนั้นอาจมาจากกระแสไฟฟ้าเอง คือไฟดับซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หากไฟฟ้ายังมาปรกติดีให้ตรวจดูสายไฟซึ่งอาจขาดก็ได้ หากขาดก็ควรเปลี่ยนไปเลย ไม่ควรนำมาเชื่อมต่อใหม่เอง
หากไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหามาจากเครื่องสำรองไฟ (UPS) เสียก็ให้ทดลองเสียสายไฟเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเครื่องสำรองไฟ หากใช้งานได้ก็แสดงว่าเป็นปัญหามาจากเครื่องสำรองไฟ
จากนั้นแล้วลองตรวจดูแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) อาจเสียก็ได้ให้ลองดมดูกลิ่นไหม้ว่ามาจากตัวแหล่งจ่ายไฟเองรึเปล่า หากมีกลิ่นไหม้แสดงว่ามีอุปกรณ์เสียหายภายในตัวแหล่ง จ่ายไฟ ซึ่งไม่ควรซ่อมแซมเองเพราะอาจเป็นอันตรายได้ ให้ส่งซ่อมจะดีกว่า
หากทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นปรกติดี ก็ให้ตรวจดูว่าสายไฟเลี้ยงที่เข้าสู่เมนบอร์ดว่าเสียบรึยัง แน่หรือเปล่า จากนั้นก็ตรวจดูว่าสวิทช์(Switch)สำหรับเปิดปิดเครื่องได้ถูกต่อเข้าเมนบอร์ดถูกต้องแล้วหรือยัง
หากยังใช้ไม่ได้ ก็น่าจะเป็นอุปกรณ์รอบข้างที่เสียบอยู่กับเครื่อง ให้ลองถอดอุปกรณ์ออกทีละชิ้น แล้วดูว่าชิ้นไหนที่ถอดออกแล้วเครื่องทำงานได้ แสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นมีปัญหาคืออาจทำให้เมนบอร์ดลัดวงจรทำให้เครื่องเปิดไม่ติด
หากว่าทุกอย่างถูกต้องแล้วก็สันนิษฐานได้ว่าเมนบอร์ดเสียนั่นเอง
อุปกรณ์ต่อพ่วง
อาการเสียที่เกิดจากอุปกรณ์ต่อพวงได้แก่
จอภาพ หลายครั้งที่เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วดูเหมือนทุกอย่างจะทำงานเป็นปรกติยกเว้นที่ไม่มีภาพออกจากจอภาพ บางครั้งก็เป็นเพราะไม่ได้เสียบสาบไฟเข้าจอภาพ หรือสายไฟหลวม หากไฟเข้าจอภาพแน่นอนแล้วแต่ยังไม่มีภาพปรากฏ ให้ทดลองปรับแสงสว่างของจอภาพได้แก่ Brightness และ Contrast โดยการปรับค่าทั้ง 2 อย่างไปมา
การ์ดแสดงผล หากว่าจอภาพเป็นปรกติดี แต่ไม่มีภาพแสดงออกที่จอภาพ ให้ลองตรวจดูว่าสายสัญญาณจากจอภาพเสียบเข้ากับการ์ดแสดงผลหรือยัง แน่นหรือไม่ หากไม่แน่น บางทีอาจเกิดอาการที่มีภาพแต่สีเพี้ยน ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการที่ขาสัญญาณจากจอภาพที่มี 15 ขา (15 pin) หักหรืองอไปบางขา หากงอ เราสามารถดัดเองได้โดยการใช้คีมปากจิ้งจกหรือคีมที่มีปลายเล็กช่วยดัด หากทุกอย่างเป็นปรกติดแล้วอาจเป็นปัญหามาจากการ์ดแสดงผลเองก็ได้ ให้ลองหาดูรอยไหม้หรือรอยขีดข่วนบนตัวการ์ด
คีย์บอร์ด หรือเม้าส์ เมื่อมีภาพปรากฏแล้วแต่ไม่สามารถพิมพ์หรือใช้เม้าส์ได้ ลองตรวจดูว่าได้เสียบเข้ากับเมนบอร์ดหรือยัง แน่นหรือไม่ หรือลองตรวจดูขาของทั้งคีย์บอร์ด และเม้าส์ว่ามีขาใดหักหรืองอหรือไม่
การ์ดเสียงและลำโพง หากเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้เป็นปรกติดี แต่ไม่มีเสียงออก ก็ลองตรวจดูว่าการ์ดเสียงเสียบลงเมนบอร์ดแน่นหรือไม่ หากแน่นแล้วลองตรวจดูว่าสายลำโพงได้เสียบเข้ากับการ์ดเสียงหรือไม่ เสียบถูกช่องหรือไม่ โดยปรกติแล้วช่องสำหรับเสียบลำโพงบนการ์ดเสียงจะเขียนไว้ว่า “Speaker” หรือ อาจเป็นสัญลักษณ์รูปลำโพง หากเสียบถูกต้องแล้วลองดูว่าสายสัญญาณของลำโพงขาดหรือไม่ หรือหัวต่อหลวมหรือไม่
ดิสก์ ปัญหาที่น่าจะได้รับการเอาใจใส่มากที่สุดคือปัญหาที่เกี่ยวกับดิสก์ ทั้งฮาร์ดดิสก์ และฟล็อปปี้ดิสก์ เพราะดิสก์เป็นที่เก็บข้อมูลนั่นเอง หากได้ยินเสียงของดิสก์เวลาที่เปิดเครื่องแล้วแสดงว่าดิสก์อาจมีปัญหา หรือเมื่อทำการตรวจหาจุดเสียบนดิสก์ (Scan disk) แล้วพบจุดเสีย ให้รีบทำการสำเนาข้อมูลต่าง ๆ ไปที่อื่นก่อน อาจเขียนลงแผ่นซีดีหรือไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่าย อย่าทำการสำเนาไว้ในเครื่องเดียวกันแม้ว่าจะเป็นพาร์ทิชั่น (Partition) อื่น เพราะดิสก์ที่เสียที่อยู่ในเครื่องเดียวกันย่อมมีความเสี่ยงที่จะเสียหายเหมือนกัน
เมนบอร์ด
นับเป็นอุปกรณ์ที่ก่อปัญหาได้มากที่สุด เนื่องจากเมนบอร์ดเป็นเสมือนร่างกายของคอมพิวเตอร์ เพราะเมนบอร์ดเป็นส่วนที่อุปกรณ์อื่น ๆ มาต่อพ่วงนั่นเอง ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ มักจะเกิดจากเมนบอร์ด ซึ่งสามารถแบ่งปัญหาจากเมนบอร์ดได้เป็น 2 อย่างคือปัญหาจากตัวเมนบอร์ดเอง และการตั้งค่าต่าง ๆ ของโปรแกรมไบออส
อุปกรณ์บนเมนบอร์ด อาจหาจุดเสียของอุปกรณ์บนเมนบอร์ดได้ โดยการตรวจดูด้วยตาเปล่าว่ามีรอยไหม้ รอยขีดข่วน หรือมีรอยหักบิ่นบนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งผู้ใช้มือใหม่ที่ชอบแกะประกอบเครื่องเองมักจะทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่นการถอดใส่ซีพียู ซึ่งการติดพัดลมซีพียูบางรุ่นอาจต้องใช้แรงในการถอดใส่พอสมควร บางครั้งอาจต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยงัดแงะเช่นไขควง แล้วเกิดไปขีดข่วนลายวงจรบนเมนบอร์ดได้ หลายครั้งที่ผู้ใช้ซื้อเมนบอร์ดมาใหม่ ประกอบเองแล้วใช้ไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุนี้ บางครั้งอาจเกิดจากอุปกรณ์บนเมนบอร์ดเสียหาย เช่นตัวเก็บประจุ(Capacitor) ระเบิดหรือบวม ช่องสำหรับใส่หน่วยความจำแรมมีขา(Pin)หัก แผงวงจรบิ่นหรือหักบางส่วน ซึ่งหากเมนบอร์ดมีปัญหาและยังอยู่ในประกันก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากว่าหมดประกันแล้วให้ส่งซ่อมอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องทำการเปลี่ยนเมนบอร์ดไปเลย มักจะซ่อมไม่ได้
การตั้งค่าไบออส มักจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานรวน แต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงกับทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะคาดเดาได้ยากหากว่าตั้งค่าต่าง ๆ ในไบออสไม่ถูก หากไม่แน่ใจว่าตั้งค่าในไบออสถูกหรือไม่ หรือคาดว่าไบออสมีส่วนทำให้เครื่อง มีปัญหา ก็ทดลองทำการตั้งค่าของไบออสให้เป็นค่าเริ่มต้นที่จากโรงงาน(Factory Default) เลย บางทีเรียกว่าการรีเซ็ท(reset)ไบออส แต่ควรจะจดค่าต่าง ๆ ที่เราได้ทำการแก้ไขไว้แล้วก่อนที่จะทำการรีเซ็ทไบออส
นับเป็นอุปกรณ์ที่ก่อปัญหาได้มากที่สุด เนื่องจากเมนบอร์ดเป็นเสมือนร่างกายของคอมพิวเตอร์ เพราะเมนบอร์ดเป็นส่วนที่อุปกรณ์อื่น ๆ มาต่อพ่วงนั่นเอง ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ มักจะเกิดจากเมนบอร์ด ซึ่งสามารถแบ่งปัญหาจากเมนบอร์ดได้เป็น 2 อย่างคือปัญหาจากตัวเมนบอร์ดเอง และการตั้งค่าต่าง ๆ ของโปรแกรมไบออส
อุปกรณ์บนเมนบอร์ด อาจหาจุดเสียของอุปกรณ์บนเมนบอร์ดได้ โดยการตรวจดูด้วยตาเปล่าว่ามีรอยไหม้ รอยขีดข่วน หรือมีรอยหักบิ่นบนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งผู้ใช้มือใหม่ที่ชอบแกะประกอบเครื่องเองมักจะทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่นการถอดใส่ซีพียู ซึ่งการติดพัดลมซีพียูบางรุ่นอาจต้องใช้แรงในการถอดใส่พอสมควร บางครั้งอาจต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยงัดแงะเช่นไขควง แล้วเกิดไปขีดข่วนลายวงจรบนเมนบอร์ดได้ หลายครั้งที่ผู้ใช้ซื้อเมนบอร์ดมาใหม่ ประกอบเองแล้วใช้ไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุนี้ บางครั้งอาจเกิดจากอุปกรณ์บนเมนบอร์ดเสียหาย เช่นตัวเก็บประจุ(Capacitor) ระเบิดหรือบวม ช่องสำหรับใส่หน่วยความจำแรมมีขา(Pin)หัก แผงวงจรบิ่นหรือหักบางส่วน ซึ่งหากเมนบอร์ดมีปัญหาและยังอยู่ในประกันก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากว่าหมดประกันแล้วให้ส่งซ่อมอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องทำการเปลี่ยนเมนบอร์ดไปเลย มักจะซ่อมไม่ได้
การตั้งค่าไบออส มักจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานรวน แต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงกับทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะคาดเดาได้ยากหากว่าตั้งค่าต่าง ๆ ในไบออสไม่ถูก หากไม่แน่ใจว่าตั้งค่าในไบออสถูกหรือไม่ หรือคาดว่าไบออสมีส่วนทำให้เครื่อง มีปัญหา ก็ทดลองทำการตั้งค่าของไบออสให้เป็นค่าเริ่มต้นที่จากโรงงาน(Factory Default) เลย บางทีเรียกว่าการรีเซ็ท(reset)ไบออส แต่ควรจะจดค่าต่าง ๆ ที่เราได้ทำการแก้ไขไว้แล้วก่อนที่จะทำการรีเซ็ทไบออส
ซอฟต์แวร์
ในที่นี้จะกล่าวถึงปัญหาจากการใช้ซอฟต์แวร์เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น โดยแบ่งปัญหาจากการใช้ซอฟต์แวร์ได้เป็น 2 อย่างได้แก่
ปัญหาจากระบบปฏิบัติการ อาจเกิดจากการที่ระบบปฏิบัติการติดไวรัส ไฟล์บางส่วนของระบบปฏิบัติการเสียหรือหายไป หากมีปัญหา ให้ลองติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่โดยอาจทำการทวนการติดตั้ง (Re-install) หรือ ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เลย คือต้องทำการลบระบบปฏิบัติการเดิมออกก่อนแล้วติดตั้งใหม่เลย สาเหตุอีกอย่างคือหากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์(Driver)ที่ถูกต้องบนระบบปฏิบัติการ อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน
ปัญหาจากโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ เมื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการเรียบร้อยดีแล้ว และเริ่มติดตั้งโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ แล้วเกิดปัญหาขึ้น ก็ให้สันนิษฐานว่าโปรแกรมประยุกต์นั้นมีปัญหา โดยอาจติดตั้งโปรแกรมใหม่ หรือหาตัวติดตั้งโปรแกรมจากที่อื่นมาติดตั้งดูใหม่ หากยังมีปัญหาอีก ก็ให้ลองตรวจดูว่าโปรแกรมที่ต้องการติดตั้งนั้นมีความต้องการพื้นฐานอะไรบ้าง ต้องการฮาร์ดแวร์แบบอะไรบ้าง ต้องการระบบปฏิบัติการรุ่นไหนสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร หากถูกต้องก็ลองติดตั้งโปรแกรมอื่น ที่สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับโปรแกรมที่ต้องการใช้
ในที่นี้จะกล่าวถึงปัญหาจากการใช้ซอฟต์แวร์เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น โดยแบ่งปัญหาจากการใช้ซอฟต์แวร์ได้เป็น 2 อย่างได้แก่
ปัญหาจากระบบปฏิบัติการ อาจเกิดจากการที่ระบบปฏิบัติการติดไวรัส ไฟล์บางส่วนของระบบปฏิบัติการเสียหรือหายไป หากมีปัญหา ให้ลองติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่โดยอาจทำการทวนการติดตั้ง (Re-install) หรือ ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เลย คือต้องทำการลบระบบปฏิบัติการเดิมออกก่อนแล้วติดตั้งใหม่เลย สาเหตุอีกอย่างคือหากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์(Driver)ที่ถูกต้องบนระบบปฏิบัติการ อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน
ปัญหาจากโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ เมื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการเรียบร้อยดีแล้ว และเริ่มติดตั้งโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ แล้วเกิดปัญหาขึ้น ก็ให้สันนิษฐานว่าโปรแกรมประยุกต์นั้นมีปัญหา โดยอาจติดตั้งโปรแกรมใหม่ หรือหาตัวติดตั้งโปรแกรมจากที่อื่นมาติดตั้งดูใหม่ หากยังมีปัญหาอีก ก็ให้ลองตรวจดูว่าโปรแกรมที่ต้องการติดตั้งนั้นมีความต้องการพื้นฐานอะไรบ้าง ต้องการฮาร์ดแวร์แบบอะไรบ้าง ต้องการระบบปฏิบัติการรุ่นไหนสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร หากถูกต้องก็ลองติดตั้งโปรแกรมอื่น ที่สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับโปรแกรมที่ต้องการใช้
สาเหตุอื่น ๆ
บางครั้งความไม่รู้ของผู้ใช้เองก็อาจเป็นปัญหาในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นการปิดเครื่องอย่างผิดวิธี เช่นการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการดึงปลั๊กเลยโดยไม่ทำการปิดเครื่อง (Shutdown) อย่างถูกขั้นตอน ก็อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายได้ทั้งส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
เรื่องอุณหภูมิของห้องที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็มีส่วนเป็นอย่างมากต่อความมีเสถียรภาพของเครื่อง เนื่องจากหากอุณหภูมิของห้องสูงขึ้นมากแล้วจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะซีพียูทำงานผิดเพี้ยนไปหรือหยุดทำงานไปเลย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือซีพียูพังไปเลยก็มี
บางครั้งความไม่รู้ของผู้ใช้เองก็อาจเป็นปัญหาในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นการปิดเครื่องอย่างผิดวิธี เช่นการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการดึงปลั๊กเลยโดยไม่ทำการปิดเครื่อง (Shutdown) อย่างถูกขั้นตอน ก็อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายได้ทั้งส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
เรื่องอุณหภูมิของห้องที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็มีส่วนเป็นอย่างมากต่อความมีเสถียรภาพของเครื่อง เนื่องจากหากอุณหภูมิของห้องสูงขึ้นมากแล้วจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะซีพียูทำงานผิดเพี้ยนไปหรือหยุดทำงานไปเลย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือซีพียูพังไปเลยก็มี
ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พบกันบ่อย ๆ และแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น
หลังจากติดตั้ง Windows ใหม่แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการติดตั้งต่อไป
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อย ๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ในไบออส ไว้ทำให้เครื่องไม่สามารถ เขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน ไบออส ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่
หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error
ที่พบบ่อย ๆ มากคือปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน ไบออส ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้
ใช้ซีพียูรุ่น AMD K6II-350 ขึ้นไปติดตั้ง Windows95 แล้วเกิด Error แต่ใช้ Windows98 ได้
จะเกิดจากการใช้ CPU ของ AMD ที่มีความเร็วตั้งแต่ 350MHz ขึ้นไปกับ Windows95 วิธีแก้ไขคือไปดาวน์โหลดแพทช์ (Patch) สำหรับแก้ปัญหานี้ที่ AMDK6UPD.EXE มาแก้ไขโดยสั่งรันไฟล์นี้แล้วบูทเครื่องใหม่
ปัญหาขนาดของRAMผิดเพี้ยนไป
อาการของ RAM หายไปมักจะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA และขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งในไบออส
ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์(Hang)
อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป ขั้นแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่าง ๆ ว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำโอเวอร์คล็อก (Over Clock) อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าในไบออส มีระบบดูความร้อนของซีพียู หรือเมนบอร์ดอยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของซีพียูช่วยด้วย
มีข้อความ “BIOS ROM CHECK SUM ERROR” ตอนเปิดเครื่อง
อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของไบออส หมดหรือเกิดการหลวม ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อน) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการล้างค่าต่าง ๆ (Clear) ของไบออสก่อนด้วย เมนบอร์ดบางรุ่นอาจจะใช้ Jumper เพื่อทำการล้างค่าต่าง ๆ ของไบออส โดยทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หรืออาจจะดูวิธีการจากคู่มือเมนบอร์ด หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของไบออส ใหม่
ลืม Password ของ ไบออส จะทำยังไงดี
ให้ทำเหมือการล้างค่าต่าง ๆ ของไบออสนั่นเองโดยการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หรืออาจจะดูวิธีการจากคู่มือเมนบอร์ด หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของไบออส ใหม่
ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่หลังจากทำการฟอร์แมท (Format) แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2GB.
อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบไฟล์แบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16)
ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8 GB. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ
เกิดจากที่ ไบออส ไม่สามารถรู้จักกับ ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่า หรือบางครั้ง Windows มองเห็นเกิน 8 GB. แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์เต็ม วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการอัพเดทไบออส เป็นรุ่นใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็ดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8 GB. ต่อ 1 พาร์ทิชั่นก็อาจจะช่วยได้
ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่ไม่สามารถทำ FDISK แบ่งใช้งานได้
ปัญหานี้ มักจะพบกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 64 GB. ขึ้นไป ปัญหาเกิดจากโปรแกรม FDISK ของ Windows 98 ไม่สามารถ จัดการกับฮาร์ดดิสก์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 64 GB. ได้ ต้องไปทำการดาวน์โหลด Free FDISK ตัวใหม่มาใช้งานแทน หรือโหลดตัวแก้ไขจาก Microsoft หรือไม่ก็ใช้ FDISK ที่ได้จาก Windows Me แทน อีกวิธีหนึ่งคือใช้แผ่นดิสก์ ที่ทำมาจากโปรแกรม Partition Magic ก็ได้
พิมพ์หน้าเว็บเพจออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้
ส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบ อิงค์เจ็ท รุ่นใหม่ ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา ดาวน์โหลดไดรเวอร์รุ่นใหม่ ๆ ของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English(USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English(USA)
สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ
สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วยและสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)
ใช้การ์ดจอของยี่ห้อ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันที
ต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ให้ลองหาไดรเวอร์รุ่นใหม่ ๆ จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 หรือใหม่กว่านี้ขึ้นไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น